ตั้งกระทู้ใหม่

ตอบกระทู้

Avatar

โดย: 04916วันที่: 10/09/2568 15:54

พอดีเป็นตัวแทนสมาชิกหลายท่านค่ะอยากทราบว่า ทำไมยอดเรียกเก็บ ฌกส.ทุกประเภทเพิ่มมากขึ้นทุกปีคะ ขอบคุณค่ะ

Avatar

โดย: adminวันที่: 11/09/2568 08:23

เรียนสมาชิก 04916

สรุปสั้นๆ

  • สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ = กลุ่มช่วยเหลือกันเมื่อสมาชิกเสียชีวิต

  • เงินสงเคราะห์ล่วงหน้า = เงินที่เก็บเข้ากองกลางไว้ก่อนเพื่อให้จ่ายได้ทันที

  • สาเหตุที่เก็บ = เพื่อความพร้อม สภาพคล่อง และลดความเสี่ยง

  • ยอดเก็บเพิ่มหรือลด = ขึ้นกับจำนวนสมาชิก, จำนวนผู้เสียชีวิต, ระเบียบสมาคม, ผลการเงิน, และการบริหาร

สรุปยาวๆ

1. สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์คืออะไร

  • เป็น องค์กรไม่แสวงหากำไร ที่ตั้งขึ้นโดยกลุ่มบุคคล สมาชิกสหกรณ์ ชมรม หรือประชาชนทั่วไป

  • วัตถุประสงค์เพื่อ ช่วยเหลือครอบครัวสมาชิก เมื่อสมาชิกถึงแก่กรรม โดยการจ่าย “เงินสงเคราะห์” ให้ทายาท

  • วิธีการคือ สมาชิกทุกคนร่วมกันจ่ายเงินเข้ากองกลาง เมื่อมีสมาชิกเสียชีวิต ครอบครัวผู้เสียชีวิตก็จะได้รับเงินช่วยเหลือ


2. เงินสงเคราะห์ล่วงหน้าคืออะไร

  • คือ เงินที่สมาชิกชำระไว้ก่อน เข้ากองทุน เพื่อให้มีสภาพคล่องพร้อมจ่ายแก่ทายาทผู้เสียชีวิตทันที ไม่ต้องรอเก็บจากสมาชิกทีละราย

  • โดยทั่วไป สมาคมจะเรียกเก็บเงินสงเคราะห์เป็น “รายศพ” (เช่น ศพละ 50 บาทต่อสมาชิก 1 คน) แต่เพื่อความสะดวกและมั่นใจว่าจะมีเงินเพียงพอ จึงมีการเก็บ “ล่วงหน้า” ไว้ในกองกลาง

  • เวลามีผู้เสียชีวิต สมาคมก็หักจากกองนี้ไปจ่ายก่อน แล้วค่อยเก็บเงินสงเคราะห์จากสมาชิกในรอบถัดไปมาชดเชย


3. สาเหตุที่มีการเรียกเก็บเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า

  • เพื่อให้ มีเงินหมุนเวียน จ่ายทันทีเมื่อมีการเสียชีวิต ไม่ให้ทายาทต้องรอ

  • ป้องกันปัญหา สมาชิกบางคนจ่ายล่าช้า ทำให้เงินไม่พอจ่าย

  • ช่วยรักษา ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่น ของสมาคมว่า จ่ายเงินได้รวดเร็ว ทันเวลา


4. ปัจจัยที่ทำให้ยอดเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าเพิ่มขึ้นหรือลดลง

  1. จำนวนสมาชิก

    • ถ้าสมาชิกเพิ่มมากขึ้น เงินที่ต้องจ่ายต่อศพก็สูงขึ้น เพราะคิดตาม “จำนวนสมาชิก x อัตราต่อศพ”

    • ถ้าสมาชิกออก/ลดลง ก็ทำให้ยอดเก็บลดลง

  2. อัตราการเสียชีวิต (มรณกรรม)

    • ถ้ามีผู้เสียชีวิตบ่อยหรือจำนวนมาก สมาคมต้องใช้เงินกองกลางมากขึ้น → ต้องเก็บเพิ่ม

    • ถ้าผู้เสียชีวิตน้อยลง เงินกองกลางเหลือมากขึ้น → ลดการเก็บ

    • บางปีมีการเปิดรอบพิเศษรับสมัครสมาชิกผู้สูงอายุเข้ามาเป็นสมาชิก ซึ่งกลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงในการเสียชีวิตอยู่แล้วครับ
  3. กติกาหรือระเบียบสมาคม

    • เช่น สมาคมกำหนดว่าจะต้องมีเงินสงเคราะห์ล่วงหน้าอย่างน้อยกี่ศพ (เช่น 3 ศพ 5 ศพ หรือ 10 ศพ)

    • ถ้าเงินคงเหลือไม่ถึงเกณฑ์ ต้องเรียกเก็บเพิ่ม

  4. สถานะทางการเงินและการลงทุนของสมาคม

    • ถ้ามีเงินกองทุนสำรองหรือผลตอบแทนจากการลงทุนดี อาจลดการเรียกเก็บ

    • ถ้าขาดทุนหรือมีค่าใช้จ่ายสูง ก็ต้องเก็บเพิ่ม เช่น สมมุติว่าเก็บล่วงหน้าไว้ 3.000 บาท แต่สมาชิกเสียชีวิตและจ่ายไป 3.150 บาท แสดงว่าติดลบ 150 บาท

  5. การบริหารจัดการสมาคม

    • สมาคมที่บริหารจัดการดี มีระบบสมาชิกชัดเจนและรายได้มั่นคง มักจะเก็บในอัตราที่สมดุล

    • ถ้าบริหารไม่ดี อาจต้องเก็บเพิ่มบ่อยเพื่อแก้ปัญหาขาดสภาพคล่อง

ส่วนอีกอันคือ กองทุนประกันชีวิต

  • เป็น การประกันชีวิตแบบกลุ่ม 
  • องค์กรทำสัญญากับบริษัทประกันชีวิต ครอบคลุมสมาชิกจำนวนมากในกรมธรรม์เดียว
  • เมื่อสมาชิกเสียชีวิต บริษัทประกันจะจ่ายเงินประกันชีวิตให้แก่ทายาท ตามวงเงินที่กำหนด

เบี้ยประกันชีวิตหมู่ (บริษัทประกัน)
→ เป็นเงินที่สมาชิกหรือองค์กรจ่ายตรงให้บริษัทประกัน
→ บริษัทรับความเสี่ยงแทน (สมาชิกตายกี่คน บริษัทต้องจ่ายตามสัญญาอยู่ดี ไม่ไปเก็บเพิ่มจากสมาชิก)
→ เบี้ยจะปรับขึ้นหรือลงตาม อายุเฉลี่ยของกลุ่ม, ประวัติการเคลม, และการคำนวณทางคณิตศาสตร์ประกันภัย

? ปัจจัยที่ทำให้เบี้ยประกันชีวิตหมู่เพิ่มขึ้นหรือลดลง

  1. อายุเฉลี่ยของกลุ่ม → ยิ่งอายุมาก เบี้ยยิ่งสูง

  2. สถิติการเสียชีวิต/การเคลม → เคลมเยอะ เบี้ยปีถัดไปอาจเพิ่ม

  3. วงเงินคุ้มครอง → ทุนประกันสูง เบี้ยสูง

  4. ขนาดของกลุ่ม (จำนวนสมาชิก) → กลุ่มใหญ่กระจายความเสี่ยงดีกว่า เบี้ยต่อหัวอาจถูกลง

  5. ลักษณะงานของกลุ่ม → งานเสี่ยงสูง เช่น กรณีงานแพทย์หรือสาธารณสุขหากอยู่ในช่วงที่มีโรคระบาดจะเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิต, งานเหมือง, งานโรงงานอุตสาหกรรม เบี้ยจะแพงกว่างานสำนักงาน

 

กลับ  Login เพื่อตอบกระทู้